มือใหม่ซื้อทอง ต้องอ่าน 7 เรื่องสำคัญที่นักลงทุนป้ายแดงต้องรู้

มือใหม่หัด ซื้อทอง ต้องอ่าน! เพราะทุกการลงทุนย่อมมีความเสี่ยง ในฐานะนักลงทุนมือใหม่ป้ายแดงอย่างเราจะลงทุนแบบมั่ว ๆ ซั่ว ๆ ไม่ได้ ต้องศึกษาและทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้เสียก่อน เพื่อความคุ้มค่าสูงสุดในการลงทุน โดยราคาทองคำในช่วงปีที่ผ่านมาพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดโดยแตะไปถึงบาทละ 30,000 บาท เมื่อเทียบกับช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ที่แนวโน้มของราคาทองคำในปี 2556 เฉลี่ยอยู่ที่บาทละ 24,581.48 บาท การซื้อทองเพื่อลงทุนจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจกว่า เมื่อเทียบกับการถือเงินสดไว้เฉย ๆ หรือการฝากธนาครเพื่อแลกกับดอกเบี้ยเพียง 0.25% เท่านั้น

ทำไมการ ซื้อทอง จึงเป็นทางเลือกที่นักลงทุนนิยม?

การซื้อทอง จึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่นักลงทุนนิยม เนื่องจากทองคำถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย เพราะมีความสัมพันธ์กับสินทรัพย์อื่นต่ำ มีสภาพคล่องสูง และมีความผันผวนต่ำ แม้จะเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจ ราคาทองก็มักจะปรับตัวขึ้นส่วนทางกับสินทรัพย์อื่น ๆ ยกตัวอย่างกรณีสถานการณ์ความขัดแย้งของรัสเซีย-ยูเครน ทำให้เกิดการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ทำให้เศรษฐกิจในหลายประเทศหยุดชะงัก แต่ในทางกลับกัน ราคาทองคำกลับปรับตัวสูงขึ้น เห็นได้จากราคาในไทยที่ทะลุบาทละ 30,000 บาท 

ดังนั้น เมื่อคุณซื้อทองแล้วจึงมีโอกาสที่จะขาดทุนน้อย นักลงทุนส่วนใหญ่จึงนิยมซื้อทองเพื่อกระจายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุน นอกจากนี้ ทองคำยังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในช่วงภาวะเงินเฟ้อสูง แต่อย่างไรก็ตาม ทองคำก็เป็นทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงในตัวเองเช่นกัน ทั้งความเสี่ยงจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ นโนบายการเงินของธนาครกลางประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก การศึกษาและทำความเข้าใจก่อนซื้อทองจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งก่อนการลงทุน เพราะทุกการลงทุนย่อมมีความเสี่ยงตามมาเสมอ

7 เรื่องสำคัญ ที่มือใหม่ซื้อทองต้องรู้

1. มือใหม่ซื้อทองต้องรู้ : ลงทุนทอง ทำผ่านออนไลน์ได้แล้ว 

มือใหม่ซื้อทองอาจยังไม่รู้ว่า ในปัจจุบันสามารถลงทุนทองคำแบบออนไลน์ได้แล้ว ซึ่งจะเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์รูปแบบต่าง ๆ เช่น แอปพลิเคชัน เว็บไซต์ เพื่อซื้อ-ขาย ออม และผ่อนทองคำผ่านแพลตฟอร์มที่สร้างขึ้นมาเพื่อรองรับลูกค้าในยุคดิจิทัล ซึ่งวิธีนี้จะช่วยประหยัดต้นทุนและทำกำไรได้ง่ายกว่า เพราะคุณสามารถซื้อทอง หรือขายทองตอนไหนก็ได้เพียงแค่มีสมาร์ทโฟน โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปหน้าร้าน

(ภาพเว็บไซด์มีทอง หน้าให้เลือกช้อปทองคำ)

แม้จะเป็นตัวเลือกที่สะดวกรวดเร็ว แต่คุณก็ต้องเลือกแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือได้ เจ้าของแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ รวมไปถึงผู้ดูแลต้องเป็นร้านทองที่มีหน้าร้านจริง มีตัวเลือกการลงทุนทองคำที่หลากหลาย เช่น เทรด ออม ซื้อ-ขาย และตัวแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ต้องใช้งานง่าย เสถียร มีการอัปเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว อย่างเช่น เว็บไซต์ “มีทอง ME THONG” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับซื้อขาย ทองคำออนไลน์ เพื่อเจ้าของธุรกิจร้านทอง โดยมี “ร้านทองมี ThongMe” เป็นร้านทองพาร์ทเนอร์ ซึ่งร้านทองมีจำหน่ายทั้งทองรูปพรรณ ทองคำแท่งออนไลน์แบบ 100% เน้นการขายทองรูปพรรณ รับซื้อทองเก่า ออมทอง ผ่อนทอง และซื้อขายทองคำแท่งออนไลน์ทางแอปฯ trade plus การันตีความน่าเชื่อถือ เพราะเป็นร้านทองในเครือของ SCT GOLD ที่มีหน้าร้านอยู่จริง และเป็นสมาชิกของสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยรวมไปถึงได้รับการรับรอง เปอร์เซ็นต์ทอง จากสถาบันตรวจอัญมณีแห่งประเทศไทย (GIT) นอกจากนี้ร้านทองมียังเป็นผู้นำเข้าทองคำ 99.99% มาตรฐานทองคำโลก LBMA อีกด้วย

2. มือใหม่ซื้อทองต้องรู้ : ราคาทองมักขึ้นช่วงต้นปี และต้นเดือนกรกฎาคม 

จากข้อมูลราคาทองคำย้อนหลังทำให้รู้ว่า ราคาทองมักดีดตัวสูงขึ้นในช่วงเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ และช่วงต้นเดือนกรกฏาคมไปจนถึงปลายเดือนกันยายน ดังนั้นจังหวะที่ดีในการซื้อทองเก็บสะสมจะเป็นช่วงเดือนมีนาคม – ต้นเดือนกรกฎาคม เพราะเป็นช่วงที่ราคาทองมักจะอยู่นิ่งหรือปรับตัวลง และรวมไปถึงช่วงเดือนธันวาคม ก็เป็นช่วงที่น่าซื้อทองเพื่อรอทำกำไรในช่วงต้นปีเช่นกัน

3. มือใหม่ซื้อทองต้องรู้ : ราคาทองไม่ได้อัปเดตตลอด 

ก่อนจะตัดสินใจซื้อทอง ต้องรู้ไว้ก่อนว่า สมาคมค้าทองคำไม่ได้อัปเดตราคาทองคำตลอดเวลา โดยจะเป็นการอัปเดตช่วง ๆ เท่านั้น ดังนั้น จึงมีความเสี่ยงสำหรับคนที่เกร็งกำไร หรือกำลังจะซื้อหรือขายทองคำ หากพลาดไปแค่ชั่วโมงเดียวก็อาจมีโอกาสขาดทุนได้ โดยคุณสามารถอัปเดตราคาทองคำได้ผ่านทางเว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ และเว็บไซต์ มีทอง ME THONG

4. มือใหม่ซื้อทองต้องรู้ : ถ้าคิดจะลงทุน ทองแท่งดีกว่ารูปพรรณ 

(ภาพทองแท่ง มีโลโก้ SCT GOLD)

ถ้าคิดจะลงทุน การซื้อทองคำแท่งน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีมากกว่าการซื้อทองรูปพรรณทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เนื่องจากทองคำแท่งมีค่าบล็อกที่ถูกกว่าค่ากำเหน็จทองรูปพรรณ หากสนใจซื้อทองคำแท่ง แนะนำให้ซื้อทองคำแท่งขนาด 5 บาทขึ้นไปจะไม่ต้องเสียค่าบล็อก และที่สำคัญคือ หากคุณต้องการนำทองกลับไปขาย เราจะได้ราคาขายคืนต่ำกว่าราคาที่ซื้อ เนื่องจากไม่ได้รวมค่ากำเหน็จลงไปด้วย และรวมถึงยังถูกหักค่าน้ำหนักน้ำประสานทองที่เป็นส่วนหนึ่งในการเชื่อมรอยต่อของทองรูปพรรณ

ทำให้ราคารับซื้อคืนทองคำแท่งไม่ถูกหักเปอร์เซ็นต์ หรือหักน้อยกว่าทองรูปพรรณ โดยทองรูปพรรณมักถูกหักไม่เกิน 5% เมื่อนำมาขายคืน อีกทั้งทองคำแท่งยังเก็บรักษาง่าย และเสื่อมสภาพได้ยากกว่าทองรูปพรรณ ดังนั้น ทองรูปพรรณจึงไม่เหมาะสำหรับการลงทุนสักเท่าไหร่

5. มือใหม่ซื้อทองต้องรู้ : เลือกให้ดี จะขายที่ไหน 

ข้อแนะนำในการซื้อ-ขายทองคือ ซื้อทองร้านไหนควรขายร้านนั่น เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการถูกกดราคา เพราะร้านทองแต่ละร้าน จะมีการหักเปอร์เซ็นต์และกำหนดราคาซื้อขายทองคำที่แตกต่างกันไป ทางที่ดีขายร้านที่ซื้อจะถือว่าดีที่สุด แต่ถ้าหากไม่สะดวกเดินทางไปขายร้านเดิมที่เคยซื้อ ก็สามารถขายได้กับร้านทองที่ได้มาตรฐานใกล้บ้านคุณได้ ทั้งนี้ ก็ต้องยอมรับได้ว่าอาจได้ราคารับซื้อต่ำกว่าเล็กน้อย แต่ถ้าคิดถึงเรื่องต้นทุนค่าเดินทางก็อาจจะคุ้มค่ากว่า

6. มือใหม่ซื้อทองต้องรู้ : ยิ่งซื้อทองสูง กำเหน็จจะยิ่งลด 

ยิ่งคุณซื้อทองที่มีมูลค่าสูง ค่ากำเหน็จจะยิ่งต่ำลง แต่ทว่าก็มีข้อเสีย คือ แบ่งขายลำบาก หาคนซื้อต่อได้ยาก และมีโอกาสเจอของปลอมสูง เพราะทองปลอมมักจะทำออกมาเป็นแท่งขนาดใหญ่เพื่อให้ได้มูลค่ามาก ๆ นอกจากนั้นการขายทองแท่งยังจำเป็นต้องมีการตรวจสอบก่อนซื้อ จึงจำเป็นต้องเสียค่าตรวจสอบด้วย

7. มือใหม่ซื้อทองต้องรู้ : ลงทุนทอง ยิ่งนานยิ่งคุ้ม

(ภาพตู้เซฟ เก็บทอง)

จิม โรเจอร์ นักลงทุนที่เชี่ยวชาญการลงทุนสินค้าโภคภัณฑ์ กล่าวว่า “หากไม่ใช้เงินเย็น และไม่มีเป้าหมายการลงทุนในระยะยาว การลงทุนทองคำย่อมมีความเสี่ยงเช่นเดียวกับการลงทุนในสินทรัพย์อื่น ๆ ” เพราะการซื้อขายทองคำ ถือเป็นการลงทุนแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยเน้นไปที่ผลตอบแทนที่คุ้มค่าในระยะยาว เพราะในช่วงระยะเวลา 5 – 7 ปี ราคาทองคำมักจะสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ ตามค่าเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น ใครที่มีเงินเย็น หรือต้องการวางแผนเกษียณ การซื้อทองเพื่อการลงทุนในระยะยาวจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ โดยนักลงทุนที่มีเป้าหมายต้องการถือลงทุนระยะยาว เพื่อเก็บไว้ใช้จ่ายยามเกษียณหรือเป็นมรดก เมื่อราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น อาจตัดสินใจขายเพื่อทำกำไรหรือถือต่อไปก็ได้ ต่างจากการลงทุนระยะสั้น เมื่อราคาทองคำปรับขึ้นอย่างรวดเร็วอาจทำให้มีแรงเทขายเพื่อทำกำไร ซึ่งอาจเกิดความเสี่ยงเพิ่มขึ้นหากจับจังหวะลงทุนผิดพลาด หรือราคาทองคำไม่ได้ปรับขึ้นไปตามคาด ทำให้นักลงทุนที่มีเป้าหมายลงทุนระยะสั้น ต้องถือลงทุนทองคำต่อไปและกลายเป็นนักลงทุนระยะยาวโดยไม่ตั้งใจ

สรุป

ไม่ว่าคุณจะซื้อทองเพื่อลงทุน หรือจะลงทุนประเภทอื่น ๆ ก็ควรศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนนั้น ๆ เสียก่อน เพื่อช่วยให้การลงทุนของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเพิ่มโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ เพราะถึงแม้ว่าทองคำจะเหมาะเป็นสินทรัพย์กระจายความเสี่ยง แต่อย่างไรก็ตาม ทองคำก็เป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงในตัวมันเองเช่นกัน ดังนั้น 7 เรื่องสำคัญที่เรารวบรวมมา จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่นักลงทุนมือใหม่หัดซื้อทองต้องรู้

Share the Post:

นโยบายความเป็นส่วนตัว

ลูกค้า ไม่เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้ติดต่อสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์หรือบริการ บุคคลธรรมดาที่มีความเกี่ยวข้องกับลูกค้าที่เป็นนิติบุคคลที่มีการทำธุรกรรมกับบริษัท เช่น ผู้ถือหุ้น กรรมการ ผู้มีอำนาจกระทำการแทน หุ้นส่วน ตัวแทน พนักงาน เจ้าหน้าที่ และ/หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ผู้ค้ำประกัน ผู้ให้หลักประกัน ผู้รับผลประโยชน์ บุคคลที่ได้เข้าชมเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันหรือบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ของบริษัท บุคคลธรรมดาทั่วไป เช่น ติดต่อกันโดยประการอื่น หรือให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับบริษัท หรือที่บริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลมาทั้งทางตรงและทางอ้อมไม่ว่าผ่านช่องทางใด

บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์สำหรับใช้ในการทำธุรกรรม การให้และ/หรือการรับบริการ การติดต่อ และการอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า เช่น

  1. ข้อมูลระบุตัวบุคคล ชื่อนามสกุล เพศ วัน-เดือน-ปีเกิด อายุ สถานภาพทางการสมรส สถานภาพครอบครัว สัญชาติ ประเทศที่พำนัก ลายมือชื่อ
  2. ข้อมูลบนเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานราชการ เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาหนังสือเดินทาง สำเนาวีซ่า สำเนาใบต่างด้าว สำเนาใบอนุญาตทำงาน สำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ สำเนาทะเบียนบ้าน หรือเอกสารที่ใช้ในการระบุและยืนยันตัวตนที่มีลักษณะเดียวกัน) ข้อมูล KYC และ CDD อื่นๆ เป็นต้น
  3. ข้อมูลเพื่อการติดต่อ เช่น ที่อยู่ตามเอกสารสำคัญ ที่อยู่อาศัยปัจจุบัน และที่อยู่ในประเทศตามสัญชาติ สถานที่ทำงาน หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ หมายเลขโทรสาร อีเมล ชื่อหรือบัญชีเข้าใช้งานสำหรับการติดต่อสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์หรือสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เช่น LINE ID
  4. ข้อมูลความเป็นเจ้าของกิจการหรือกาประกอบอาชีพ  เช่น ประเภทธุรกิจ  ประเภทอาชีพ  ตำแหน่ง อายุงาน เอกสารอื่นใดเพื่อยืนยันการประกอบธุรกิจหรือประกอบอาชีพ
  5. ข้อมูลทางการเงินและการทำธุรกรรม   เลขที่บัญชีเงินฝาก รายการเคลื่อนไหวในบัญชีเงินฝาก เลขบัตรเครดิต/เดบิต  ข้อมูลรายได้ แหล่งที่มาของรายได้และรายจ่าย  ข้อมูลสำหรับประเมินความเสี่ยง
  6. ข้อมูลทางเทคนิค อุปกรณ์หรือเครื่องมือ ข้อมูลการใช้งานแอปพลิเคชัน  หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ รุ่นและประเภทของอุปกรณ์ เครือข่าย ข้อมูลการเชื่อมต่อ ประเภทและเวอร์ชั่นของปลั๊กอินเบราว์เซอร์ ระบบปฏิบัติการและแพลตฟอร์ม รวมถึงเทคโนโลยีอื่น ๆ บนอุปกรณ์ที่ท่านใช้ในการเข้าถึงแพลตฟอร์ม ข้อมูลทางเทคนิคอื่นๆ จากการใช้งานบนแพลตฟอร์มและระบบปฏิบัติการ และข้อมูลอื่นๆ              
  7. บันทึกการสื่อสารหรือการโต้ตอบระหว่างท่านกับบริษัทที่เกี่ยวข้องการทำธุรกรรมซื้อขาย  รายละเอียดเรื่องร้องเรียนหรือการออกความเห็น คำขอใช้สิทธิต่าง ๆ ผลประเมินการสำรวจความคิดเห็น บันทึกเสียง ภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหว คลิปบันทึกเสียง บันทึกการสื่อสารผ่าน Log/Chat – Bot  ภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV)

บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็นภายใต้วัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมายของบริษัท ซึ่งรวมถึงการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งท่านเป็นคู่สัญญา เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายเพื่อดำเนินการตามความยินยอมของท่านและ/หรือเพื่อดำเนินการภายใต้ฐานทางกฎหมายอื่น ๆ โดยวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามนโยบายฉบับนี้

บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่ผู้อื่นภายใต้ความยินยอมของท่านหรือภายใต้หลักเกณฑ์ที่กฎหมายอนุญาตให้เปิดเผยได้ โดยบุคคลหรือหน่วยงานที่เป็นผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามขอบเขตที่ท่านได้ให้ความยินยอมหรือขอบเขตที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้ หรือในบางกรณี ท่านอาจอยู่ภายใต้นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเหล่านั้นอีกด้วย โดยที่ผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจอยู่ในประเทศไทยหรือต่างประเทศ โดยบริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลหรือหน่วยงานต่างๆ ตามแต่ความสัมพันธ์และการทำธุรกรรมของท่าน ดังต่อไปนี้

  1. บริษัทอื่นในกลุ่มธุรกิจของบริษัท พันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท ตัวแทนของบริษัท  ผู้รับจ้างช่วงงานต่อหรือผู้ให้บริการภายนอกเพื่อประกอบธุรกิจแทนบริษัท  ทางการตลาด ส่งเสริมการขาย  การประชาสัมพันธ์  การเสนอหรือสนับสนุนการให้ผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของบริษัทแก่ท่าน รวมถึงผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ผู้ให้บริการด้านการจัดเก็บ เคลื่อนย้าย และจัดส่งสินค้า ผู้จัดการด้านแคมเปญและการจัดกิจกรรม ผู้ให้บริการด้านการจัดเก็บข้อมูลและบริการจัดเก็บข้อมูลบนเซอร์เวอร์ที่เชื่อมต่อออนไลน์
  2. บริษัทได้จำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของท่านไว้เฉพาะบุคลากร หรือพนักงานของบริษัทที่มีความจำเป็นต้องรับทราบข้อมูลของท่าน เพื่อการให้บริการทางธุรกรรมหรือบริการอำนวยความสะดวกอื่นใดแก่ท่าน เพื่อให้ท่านได้รับบริการดังกล่าว อย่างเหมาะสมและดีที่สุดจากบริษัท
  3. บริษัทอาจจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานกำกับดูแล และหน่วยงานอื่นๆ ตามที่กฎหมายอนุญาต หรือกำหนดไว้ หากบริษัทเชื่อว่ามีความจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหรือระเบียบใดๆ หรือต้องคุ้มครองสิทธิของบริษัท สิทธิของบุคคลที่สาม หรือความปลอดภัยส่วนบุคคลของบุคคลใด ๆ หรือเพื่อตรวจจับ ป้องกัน หรือแก้ไขปัญหาการทุจริต ความมั่นคง หรือความปลอดภัย

บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในระหว่างที่ท่านเป็นลูกค้า หรือมีความสัมพันธ์อยู่กับบริษัท หรือตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้ และเมื่อท่านสิ้นสุดความสัมพันธ์กับบริษัท บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ต่อไปภายหลังจากนั้นตามระยะเวลาที่จำเป็นตามอายุความ หรือระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดหรืออนุญาตไว้ เช่น จัดเก็บไว้ตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน 5 – 10 ปีนับแต่ยุติความสัมพันธ์ตามแต่กรณี จัดเก็บไว้ตามกฎหมาย 10 ปี นับแต่ยุติความสัมพันธ์ เป็นต้น

ท่านสามารถใช้สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎหมายและกระบวนการจัดการสิทธิของบริษัท ดังต่อไปนี้

  1. สิทธิขอเข้าถึงข้อมูลของท่านที่บริษัทเก็บรักษาไว้หรือขอรับสำเนาข้อมูลได้  
  2. สิทธิให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ท่านให้ไว้กับบริษัทไปยังผู้ควบคุมข้อมูลรายอื่นหรือตัวท่านเอง
  3. สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของท่าน ท่านมีสิทธิขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
  4. สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล ท่านมีสิทธิขอลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวท่านได้
  5. สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล ท่านมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราว
  6. สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
  7. สิทธิขอถอนความยินยอม  หากท่านได้ให้ความยินยอมให้ธนาคารเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
  8. สิทธิร้องเรียน: ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากท่านเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้ และ/ หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นการกระทำในลักษณะที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การใช้สิทธิของท่านดังกล่าวข้างต้นอาจถูกจำกัดภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือไม่สามารถดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิข้างต้นของท่านได้ เช่น ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล เพื่อประโยชน์สาธารณะ การใช้สิทธิอาจละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น เป็นต้น

บริษัท ซินเนอร์จี้ คอมโมดิตี้ส์ เทรด จำกัด

99-101 ถนนเจริญกรุง แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200

เปิดทำการ จันทร์ – ศุกร์ : เวลา 9.15 – 16.00 น.

Call Center: 02-017-0777

Gold Trading Hotline: 02-017-0770

Fax Center: 02-222-7100

E-Mail: [email protected]

บริษัทอาจทบทวนและเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้เป็นครั้งคราวเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของการให้บริการและการดำเนินงานของบริษัท ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นจากท่าน รวมถึงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยนโยบาย เวอร์ชั่นล่าสุดจะประกาศบนเว็บไซต์ของบริษัทที่ https://www.methong.co/privacy-policy เพื่อให้ท่านทราบแนวทางที่บริษัทใช้ในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

ME THONG ให้ความสำคัญต่อความเป็นส่วนตัว เราจะทำงานอย่างดีที่สุดเพื่อรักษาความลับ และควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้ปลอดภัย โดยคุณสามารถเลือกความยินยอมแบ่งเป็นหัวข้อต่างๆ ได้ โดยคลิกที่ปุ่ม เลือกตั้งค่านโยบายเพิ่มเติม

ME THONG ให้ความสำคัญต่อความเป็นส่วนตัว เราจะทำงานอย่างดีที่สุดเพื่อรักษาความลับ และควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้ปลอดภัย โดยคุณสามารถเลือกความยินยอมแบ่งเป็นหัวข้อต่างๆ ได้ โดยคลิกที่ปุ่ม เลือกตั้งค่านโยบายเพิ่มเติม